Logistics2

การขนส่งและกระจายสินค้า

Slider

การขนส่งทางน้ำ

                บริษัทมีการใช้บริการการขนส่งทางน้ำโดยว่าจ้างผู้ให้บริการเรือขนส่งที่เป็นบุคคลภายนอกเพื่อบริหารการจัดการขนส่งเชื้อเพลิงชีวมวลที่มีปริมาณมาก และทำการขนส่งในระยะไกล ซึ่งสามารถแบ่งการขนส่งออกเป็น

  1. การขนส่งภายในประเทศ บริษัทมีการจัดหาและรวบรวมเชื้อเพลิงชีวมวลจากแหล่ง Supplier ในภาคใต้ โดยจะทำการรวบรวมเชื้อเพลิงชีวมวล และเก็บในคลังสินค้าของบริษัทให้มีปริมาณมากพอ และทำการว่าจ้างเรือขนส่ง เพื่อขนส่งมายังคลังสินค้าบริเวณภาคกลางของประเทศ เพื่อให้สามารถกระจายสินค้าให้กับลูกค้าของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเรือที่ใช้ในการขนส่งในประเทศส่วนมากจะเป็นเรือมอเตอร์บาร์จ (Motor Barge) ขนาดระวางประมาณ 1,000 ตัน และเรือโป๊ะ (Lighter) ขนาดระวางประมาณ 5,000 ตัน โดยเมื่อสินค้าถึงท่าเรือแล้ว บริษัทจะว่าจ้างรถขนส่งมาเพื่อขนส่งสินค้าต่อไปยังคลังสินค้าของบริษัทหรือส่งตรงไปยังคลังสินค้าของลูกค้า

  2. การขนส่งระหว่างประเทศ แบ่งออกเป็น

    • การขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าของบริษัทให้ลูกค้าต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นแบบ FOB (Free on Board) ในกรณีที่การขายสินค้าของบริษัทให้กับลูกค้าต่างประเทศเป็นเงื่อนไขการซื้อขายแบบ CIF (Cost, Insurance and Freight) หรือ CFR (Cost and Freight) บริษัทจึงจัดหาเรือขนส่งเพื่อขนส่งสินค้าให้กับลูกค้าตามปริมาณและเวลาที่กำหนด

    • การขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าของบริษัทในต่างประเทศเพื่อเข้าคลังสินค้าของบริษัทหรือลูกค้าในประเทศไทย บริษัทนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศ ในกรณีที่สินค้าในประเทศมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ

เรือที่บริษัทจัดหาเพื่อใช้ขนส่งระหว่างประเทศส่วนมากจะเป็นเรือ Barge ขนาดใหญ่ซึ่งมีขนาดประมาณ 8,000 ถึง 30,000 ตัน

 

2.4.3     การจัดเก็บสินค้า

บริษัทและบริษัทย่อยมีคลังสินค้าเพื่อจัดเก็บผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวมวลที่บริษัทและบริษัทย่อยจัดหามาได้ โดยมีทั้งคลังสินค้าที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท และเช่า รวม 8 แห่ง โดยเป็นคลังสินค้าในประเทศ 4 แห่ง และคลังสินค้าต่างประเทศ 4 แห่ง ดังนี้

คลังสินค้า

พื้นที่ (ตร.ม.)

ความจุ1/ (ตัน)

กรรมสิทธิ์

1.คลังสินค้าบางกุ้ง จ.สุราษฎร์ธานี

43,000

100,000

เป็นเจ้าของ

2.คลังสินค้าบางน้ำจืด จ.สมุทรสาคร

25,848

40,000

เป็นเจ้าของ

3.คลังสินค้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

8,800

25,000

เช่า

4.คลังสินค้าลำปาง จ.ลำปาง2/

895

300

เช่า

5.คลังสินค้า Bintulu ประเทศมาเลเซีย

12,500

20,000

เช่า

6.คลังสินค้า Kuching ประเทศมาเลเซีย

10,500

20,000

เช่า

7.คลังสินค้า Sandakan ประเทศมาเลเซีย

7,500

20,000

เช่า

8.คลังสินค้า Jambi ประเทศอินโดนีเซีย

5,000

15,000

เช่า

หมายเหตุ: 1/ พื้นที่คลังสินค้าและความจุอาจไม่สัมพันธ์กัน เนื่องจากขึ้นกับปัจจัยอื่นๆดังนี้ (1) ประเภทของสิ่งก่อสร้างในที่ตั้งคลังสินค้า เช่นโกดัง หรือลานเทกอง (2) ความสูงของหลังคา (3) ขนาดของสำนักงานและพื้นที่ส่วนอื่นๆที่ไม่ได้ใช้สำหรับจัดเก็บสินค้า 2/ คลังสินค้าลำปางและคลังสินค้า Jambi อยู่ระหว่างดำเนินการหาพื้นที่เช่าใหม่

บริษัทจะพิจารณาทำเลที่ตั้งคลังสินค้าให้ใกล้กับ Supplier และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพื่อให้การจัดเก็บและการขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ นอกจากคลังสินค้าบางกุ้ง และคลังสินค้าบางน้ำจืดที่บริษัทลงทุนเป็นเจ้าของที่ดิน บริษัทได้ดำเนินการเช่าที่ดินสำหรับคลังสินค้าอื่น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ ซึ่งฝ่ายบริหารจะมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมทั้งในแง่ที่ตั้ง ต้นทุนค่าขนส่ง และต้นทุนค่าเช่าอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่ามีที่ตั้งใหม่ที่มีศักยภาพมากกว่าที่ตั้งเดิม ก็จะพิจารณาย้ายที่ตั้ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการบริหารจัดการคลังสินค้า โดยสามารถแสดงภาพคลังสินค้าของบริษัทเทียบกับแผนที่การใช้พลังงานความร้อนจากชีวมวลในประเทศไทยปี 2558 และกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าชีวมวลในแต่ละภาคได้ดังนี้

ที่มา: กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน

 

คลังสินค้าถือเป็นปัจจัยที่ช่วยให้กระบวนการจัดหาและจัดจำหน่ายของบริษัทและบริษัทย่อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ประโยชน์ของคลังสินค้าที่มีต่อการดำเนินธุรกิจ มีดังนี้

  1. บริษัทและบริษัทย่อยสามารถสำรองสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า และสามารถส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ตลอดทั้งปี

  2. บริษัทและบริษัทย่อยสามารถบริหารต้นทุนของสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของความสามารถในการจัดเก็บสินค้าเมื่อสินค้ามีราคาลดต่ำลง การจัดเก็บสินค้าเพื่อรอการขนส่งในปริมาณมาก ทำให้ต้นทุนการขนส่งต่อเที่ยวลดลง และการรองรับและจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าในพื้นที่ใกล้เคียง

  3. บริษัทและบริษัทย่อยสามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าที่จะส่งให้ลูกค้าได้ เนื่องจากสินค้าบางประเภทจะต้องผ่านการจัดเกรด และผ่านขั้นตอนคัดแยกก่อนส่งให้ลูกค้า

การจัดเก็บสินค้าจะเก็บเป็นแบบการเทกอง ยกเว้นชีวมวลอัดแท่งที่จะเก็บอยู่ในถุงขนาดใหญ่ (Big bag) วางเรียงกัน โดยสินค้าที่ไม่สามารถถูกน้ำได้ เช่น ขี้กบ ขี้เลื่อย ฝุ่นไม้จะถูกเก็บอยู่ในโกดังเพื่อรักษาคุณภาพของสินค้า คลังสินค้าของบริษัทและบริษัทย่อยจะมีการทำผังสินค้า เพื่อจัดแยกสินค้าตามประเภทและจัดเรียงสินค้าแบบเข้าก่อน-ออกก่อน (FIFO) สินค้าที่จัดเก็บในคลังสินค้าจะต้องมีการดูแลคุณภาพสินค้าสม่ำเสมอเพื่อให้พร้อมที่จะจัดส่งให้กับลูกค้าได้ทันตามกำหนดเวลา โดยสินค้าที่กองกลางแจ้งจะดูแลให้มีการคลุมผ้าใบในกรณีที่ฝนตก เพื่อรักษาความชื้นของสินค้าให้อยู่ในระดับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ตลอดเวลา และมีการโกยพลิกกองสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการเก็บความร้อนไว้ภายในกองมากเกินไป

นอกจากนี้ แผนกคลังสินค้าของบริษัทและบริษัทย่อยมีการทำแผนการตรวจสอบปริมาณสินค้าคงคลังของสินค้าในคลังสินค้า โดยจะมีการตรวจสอบปริมาณสินค้าคงคลังของบริษัทและบริษัทย่อยเป็นประจำดังนี้

  1. ตรวจสอบปริมาณสินค้าโดยบริษัทและบริษัทย่อย ซึ่งดำเนินการโดยฝ่ายบัญชีร่วมกับแผนกคลังสินค้าในการตรวจสอบปริมาณสินค้าที่มีอยู่ในคลังสินค้ากับยอดที่บันทึกอยู่ในระบบ โดยใช้วิธีการประเมินทางกายภาพ โดยจะทำการตรวจสอบทุก 1 เดือน และทุกครั้งที่ล็อตของสินค้าถูกใช้หมดไป

  2. ตรวจสอบปริมาณสินค้าคงคลังโดยผู้ตรวจสอบภายนอก (Surveyor) เป็นประจำปีละ 2 ครั้ง คือกลางปีและปลายปี ซึ่งผู้ตรวจสอบภายนอกจะใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ในการบันทึกรูปร่างของกองสินค้าแต่ละกอง และวัดเป็น 3 ค่า คือความกว้าง ความยาว ความสูง และใช้ซอฟท์แวร์คำนวณหาปริมาณ ซึ่งได้คำนึงถึงความชื้นของผลิตภัณฑ์จากตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่เก็บไว้ในวันตรวจสอบ

กรณีที่ปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบได้แตกต่างจากปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ถูกบันทึกอยู่ในระบบ บริษัทและบริษัทย่อยจะทำการปรับยอดผลิตภัณฑ์ในระบบให้ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งจะต้องได้รับการอนุมติจากผู้ที่มีอำนาจ ทั้งนี้จากการตรวจสอบที่ผ่านมา พบว่าปริมาณผลิตภัณฑ์ที่เก็บในคลังสินค้าและปริมาณผลิตภัณฑ์ในระบบมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย

I หน้า 1 I หน้า 2 I